ck_jan's profile^ ^ L o v E me ~ L o v E...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 19

    ^ ^ 1 เดือน ^ ^

    ม่ายได้อัสเปซมาก้อ หนึ่งเดือนได้แระ
     
    ตอนแรกเนตมะค่อยดี โหลดนานมั่กๆๆ
     
    แต่ตอนนี่อาการเริ่มดีละ เลยเข้ามาอัพสะหน่อย
     
    ก้อม่ายมีไรมาก ช่วงนี้อาการเปลี่ยนแปลงบ่อย
     
    ดูแลสุขภาพกานด้วยนะคะ *-*
     
    จิตใจอ่อนไหว ก้อรักษาให้แข็งแรง (แอบเศร้า)
     
    อันนี้ฝากไว้ >>> ความแตกต่างระหว่างมัธยมกับมหาวิทยาลัย เมื่อเราอยู่มหาลัยเราจะคิดแบบนี้มั้ย

    เรา...ได้อะไรหลายอย่างจากการเข้าแถวเคารพธงชาติ แม้...มหาวิทยาลัยจะเปิดเพลงชาติเสียงดังเพียงใดก็ไม ่ได้หมายความว่าเรากำลังยืนเข้าแถวกันเป็นห้อง

    เรา...รู้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรมรักการอ่าน แม้...เราจะจดและบันทึกความรู้ในมหาวิทยาลัยจะมีมากม ายเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องส่งอาจารย์

    เรา... นั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร แม้...โรงอาหารที่มหาวิทยาลัยจะใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อ มตา

    เรา...เดินไปเรียนด้วยกัน แม้...ตึกและห้องเรียนในมหาวิทยาลัยจะหรูหรายิ่งใหญ่ เพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะนั่งเรียนอยู ่ทุกคน

    เรา...พูดคุยเสียงดังโหวกเหวกเมื่ออยู่ในห้องเรียน แม้...ในมหาวิทยาลัยเราจะพูดคุยเสียงดังเพียงไหนก็ไม ่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะได้ยิน

    เรา...กลับบ้านทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิก แม้...บ้านเราจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพียงไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุดจ ะได้กลับบ้านทุกวัน

    เรา...นัดไปเที่ยวกันในวันหยุด แม้...ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายก็ไม่ได้หมาย ความว่าเราจะนัดเพื่อนไปได้ครบทุกคน

    ถึงแม้กล้องดิจิตอลในมือถือเราจะมีความละเอียดสูงสุด ถึง 10 ล้านพิกเซล ก็ไม่ได้ความว่าจะเก็บภาพเพื่อนๆ ได้ทุกคนพร้อมๆ กัน

    คำว่า "เพื่อน" มีความหมายมากมาย...
     
    คิดถึงเพื่อนมากๆ นะ .. เพื่อน คือ คนที่ดีที่สุดของเราจิงๆ
     
    October 22

    - ไม่มีอาไร -

     
    ม่ายได้อัพสเปซนานมั่กๆ ตั้งแต่หลังสอบ
     
    ตอนนี้ก้อปิดเทอม ม่ายมีอาไรทำเลย นั่งๆ นอนๆ เล่นเกม
     
    อืมม.. อย่าลืมไปทำบุญวันออกพรรษากันล่ะ
     
    กลับ มอ ใครสัญญาอาไรไว้ก้ออย่าลืม น้ะ!!
     
    เอาเปนว่า คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนเลย จ้า
     
    ปอ ลอ. เพื่อนเก่า และแก๊ง ม่ายได้เจอกานอีกละงะ เซงเกล - -
     
    ใครจามาเที่ยว มอนอ ก้อบอกบ้างน้ะ จาได้เจอกาน.. อิ อิ
     
    ^ ^ Miss U ^ ^
     
     
    September 25

    < จาสอบ แว้ว >

    จาสอบ Final กานแว้ว นะ เพื่อนๆ
     
    ตั้งใจอ่านหนังสือกานด้วย
     
    ใครจาติวอาไร ก้อเรียกแจน มั่งน้ะ
     
    อิอิ.. สู้ๆๆ จ้า ทุกคน..
    September 22

    [พลังแห่ง ออร่า]

     
    หาอะไรมาให้เล่นอีกแล้ว ลองเล่นดูน่ะ และดูว่าตรงหรือป่าว

    Image

    หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า "รังสีออร่า" แต่รู้กันไหมล่ะว่ามันคืออะไร และสามารถบอกถึงอะไรในตัวเราได้บ้าง

    โดยรังสีออร่า คือสีของความคิดและอารมณ์จะมีลักษณะเป็นหมอกไหลปรากฏเป็นหย่อมๆ เห็นได้ชัดเจนบริเวณรอบศีรษะและเหนือบ่า (ใครที่ไม่เคยเห็นลองหาดูรูปภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระพุทธเจ้า พร้อมพระอรหันต์เจ้าทั้งหลายเค้ามักจะวาดให้มีแสงรังสีเปล่งออกมาจากบริเวณพระเศียรค่ะ)

    วิธีคิดหารังสีออร่าของตัวคุณ เพียงคำนวณตามสูตร นำวัน เดือน ปี ค.ศ. ที่เกิด มาบวกกัน สมมุติว่า เกิดวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1960 ก็นำเลขทั้งหมดมาบวกกันคือ 5 + 5 +1960 =1970

    จากนั้นก็แยกตัวเลขออกมาบวกกันอีกครั้ง จะได้เป็น 1+9+7+0 =17 ก็นำมาแยกบวกอีกจนกว่าจะได้เลขตัวเดียว ซึ่งก็คือ 1+7 =8 เมื่อได้ผลลัพธ์เป็นเลขตัวเดียว แล้วขอให้ดูว่าตัวเลขที่ได้ตรงกับสีพื้นฐานสีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร แต่ถ้าเลขบวกกันแล้วได้ผลเป็น 11 หรือ 12 ไม่ต้องแยกบวกอีก เพราะเป็นพวกพิเศษกว่าพวกอื่น

    1. สีแดง : ผู้นำ
    พวกมีสีแดงเป็นสีพื้นฐาน จะมีความกระตือรือร้น เป็นผู้นำ
    ทะเยอทะยาน เต็มไปด้วยพลังงาน มีความกระฉับกระเฉงและพลังทางเพศ มีเสน่ห์ พูดจาโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้ดี เป็นคนสนุกสนาน โอบอ้อมอารี กล้าหาญ
    คุณวิ่งไม่เร็ว มองโลกในแง่ดี ชอบการแข่งขัน เป็นสีที่นำมาซึ่งความสำเร็จ คุณควรหาอะไรที่ท้าทายความสามารถทำ ชอบสร้างโครงการท้าทายความสามารถ แต่ต้องพิจารณาให้พอเหมาะสมกับตัวด้วย
    ข้อเสีย มักจะขี้กังวล ตื่นตระหนกและอาจหลงตัวเอง รวมทั้งอาจจะบ้างานมากไปจนเครียด ควรรู้จักพักผ่อน และคลายความเครียด

    2. สีส้ม/ แสด : มนุษยสัมพันธ์ดี
    คุณเป็นคนอบอุ่น น่าคบ เข้ากับคนง่าย กระฉับกระเฉงว่องไว มีความสุข เป็นสีที่คอบควบคุมกล้ามเนื้อ แต่มีมากไปจะเย่อหยิ่ง ชอบเป็นที่ปรึกษาปัญหาให้ใครต่อใคร ชอบช่วยเหลือ และทำตัวให้เป็นประโยชน์อยู่เสมอ จิตใจสมถะ ชอบปิดทองหลังพระ คุณควรคบกับคนที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน ไม่งั้นคนอื่นจะเอาเปรียบคุณ
    ข้อเสีย ขี้เกียจ ใจน้อย มักถูกคนอื่นเอาเปรียบ

    3. สีเหลือง : มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด
    คุณเป็นคนคิดอะไรรวดเร็ว มีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ เข้าสังคมง่ายปรับตัวเก่ง ชอบคุยถกเถียงปัญหา ชอบเรียนรู้ และทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน เป็นคนฉลาด หลักแหลม และเรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว มีเมตตา รักเพื่อนมนุษย์ เป็นสีคุ้มกันโรคภัย มีพรสวรรค์ด้านการพูด งานที่ทำควรเกี่ยวกับการพูดเป็นสื่อ เช่น ครู เซลล์แมน นักการทูต ที่ปรึกษา ฯลฯ หรืองานอาชีพที่ต้องใช้คำพูดเป็นหลัก
    ข้อเสีย จับจด ขี้อาย โกหกเก่ง

    4. สีเขียว : รักษาโรค
    คุณเป็นคนรักสงบ ละเอียดอ่อน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จิตใจดี มีพลังจิต ไว้วางใจได้ คุณอาจมีลักษณะภายนอกหงิมๆ หรือเรียบง่าย แต่ส่วนลึกแล้วดื้อน่าดู คุณเป็นพวกสู้งาน หนักเอาเบาสู้ มีความสามารถในการใช้มือ เป็นสีแห่งความสมดุลและปรับตัว
    ข้อเสีย ดื้นรั้น ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

    5. สีน้ำเงิน : เป็นได้ทุกอย่าง
    คุณเป็นพวกมองโลกในแง่ดี แม้ชีวิตจะลุ่มๆ ดอนๆ ไปบ้างแต่ยังยิ้มสู้เสมอ เชื่อมั่นในตนเอง ซื่อตรง พยายามยืนหยัดด้วยตัวเอง แสงออร่าของคุณจึงกว้างและสว่างไสวเสมอ ทำให้กระชุ่มกระชวยดูอ่อนกว่าวัย
    คุณมีความจริงใจ ซื่อสัตย์ ปากกับใจตรงกัน รักการผจญภัย มีความคิดสร้างสรรค์และมีจินตนาการ ชอบพบปะผู้คน และสนใจการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม มีพรสวรรค์หลายๆ ด้าน
    ข้อเสีย ชอบทำงานหลายๆ อย่างในคราวเดียวกัน จึงกลายเป็นคนจับจด ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างนอกจากนั้นยังเป็นพวกชีพจรลงเท้า และขาดความอดทนอีกด้วย

    6. สีคราม : มีความรับผิดชอบสูง
    คุณชอบงานด้านสังคมสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้อื่น ชอบรับผิดชอบงาน จิตใจโอบอ้อมอารี เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ ไม่เห็นแก่ตัว เป็นสีของพลังจิต สัมผัสที่ 6 โทรจิตต่างๆ มีความคิดฉลาดล้ำลึกและสร้างสรรค์ นิยมความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มีความจริงใจ ชอบค้นหาสัจจะความจริงของชีวิต
    ข้อเสีย ปฏิเสธใครไม่เป็น ควรหาเวลาเป็นตัวของตัวเองบ้าง มีมาตรฐานการทำงานสูง จึงมักหงุดหงิดกับอะไรๆ ที่ไม่ได้ตามมาตรฐานของตนเอง

    7. สีม่วง : ฉลาดล้ำลึก และสันโดษ
    คุณมีจิตใจละเอียดอ่อน สนใจในศาสตร์ลึกลับจนบางครั้งดูเหมือนเป็นคนลึกลับ คุณมีประสาทสัมผัสที่ 6 สูง รักสันโดษจนดูเหมือนคุณจะเข้ากับใครไม่ได้ มักมีปัญหาบริเวณท้อง
    ข้อเสีย มักดูถูกความคิดผู้อื่น และเก็บความรู้สึกมากเกินไป

    8. สีชมพู : นักบริหาร นักธุรกิจ
    คุณเป็นคนมีความตั้งใจจริง แต่ค่อนข้างดื้อรั้น วางมาตรฐานตัวเองไว้สูง มุ่งมั่นที่จะให้บรรลุเป้าหมายและความสำเร็จ ถ้าคุณรู้ว่าเป็นฝ่ายถูก คุณจะยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่ยอมถอย มีพลังที่แจ่มใส รักสงบ เต็มไปด้วยความรัก โรแมนติก อารมณ์ขัน ถ่อมตน ปลอบประโลมคนเก่ง
    ข้อเสีย มักจะใจคอโลเล อาชีพของคุณจึงต้องเกี่ยวกับการบริหารและความรับผิดชอบ

    9 สีทองเหลือง : นักสังคมสงเคราะห์
    คุณเป็นคนอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นทั้งนักปราชญ์และเป็นคนมีคุณธรรมเต็มเปี่ยม มีความสุขมากที่สุดเมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นคนมีความสุขและมองโลกในแง่ดี
    ข้อเสีย ปฏิเสธใครไม่เป็น จึงถูกเอาเปรียบบ่อยๆ ควรรู้จักปฏิเสธบ้าง

    10. สีเงิน : นักอุดมคติ
    คุณมีประสาทสัมผัสที่ 6 มีศักยภาพสูงในหลายๆ ด้าน
    เต็มไปด้วยความคิดแปลกๆ ใหม่ๆ ชอบฝันหวาน แต่คุณมักจะฝันมากกว่าลงมือทำจริงๆ เป็นคนซื่อสัตย์ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มองโลกในแง่ดี ถ้ามุมานะสร้างความฝันให้เป็นความจริงคุณจะไปได้ไกลมากทีเดียว
    ข้อเสีย ขี้เกียจ และบางครั้งจะเครียดจนใครๆ ไม่กล้าเข้าใกล้
    ควรหาเวลาพักผ่อน ฝึกสมาธิ หรือโยคะ

    11. สีทอง : ไม่มีขอบเขตจำกัด
    คุณสามารถทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก หรือทำงานใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องปอกกล้วยเข้าปาก คุณจะประสบความสำเร็จไปแทบทุกเรื่อง เป็นคนมีเสน่ห์จูงใจ ทำงานหนักเอาเบาสู้ มีเป้าหมาย ในการทำงานที่แน่นอน มีอุดมคติและความสามารถสูง เป็นผู้นำสามารถโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้
    @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
     
    อย่างของแจน เกิดวันที่ 1 เดือน กันยายน 1987 = 1+9+1987 = 1997
     
    = 1+9+9+7 = 26 = 2+6 = 8 [ก้อพอได้ อ้ะนะ]
     
    8. สีชมพู : นักบริหาร นักธุรกิจ
    คุณเป็นคนมีความตั้งใจจริง แต่ค่อนข้างดื้อรั้น วางมาตรฐานตัวเองไว้สูง มุ่งมั่นที่จะให้บรรลุเป้าหมายและความสำเร็จ ถ้าคุณรู้ว่าเป็นฝ่ายถูก คุณจะยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่ยอมถอย มีพลังที่แจ่มใส รักสงบ เต็มไปด้วยความรัก โรแมนติก อารมณ์ขัน ถ่อมตน ปลอบประโลมคนเก่ง
    ข้อเสีย มักจะใจคอโลเล อาชีพของคุณจึงต้องเกี่ยวกับการบริหารและความรับผิดชอบ
     
    September 19

    ♀ มีรูปมาให้ ดูจ้า ♂

    วันนี้ สอบ AD. ก้อพอได้ อ่ะนะ แต่ไม่มั้นใจ - -
     
    นี่แค่ Midterm เองนี่หว่า เหลือ Final AD. อีก (แอบเซง)
     
    อ่ะๆๆ มีรูปมาให้ดู ก้อลองดูกันนะ
     
    รูปที่เปนหน้าคนอ่ะ ลองช่วยกานดูหน่อย คิดว่าเปนใครกันอ่ะ
     
    แจนคิดว่า เปน พระเยซู (สาธุๆๆ) คิดเหมือนกาน มั้ย...
     
    กดดูให้มาน ใหญ่ๆๆ นะ
     
    ลงรูปให้มานใหญ่ๆๆ ทำไง อ่ะ - -"
     
    อ้ะ ดูๆๆๆๆ
    September 16

    - ผี ป อ บ -

    นี่ก้อเปนบทความที่ไปอ่านเจอมา ตอนที่กะลังหางาน ของ อ.ปอนด์ อยุ่
     
    ไม่แน่ว่าหลายๆ คน อาจจาเคยอ่านเจอแล้ว
     
    ก้อลองอ่านดูละกัน ขำๆ แต่มีสาระ อ่ะ (แต่เพื่อนเราคงไม่คิดอย่างนั้น ช่ายมะ..)
     
    >>>
     
                เรื่องลึกลับที่จะเล่าให้ฟังนี้เกิดกับหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง เธอเป็นคนไม่สวยนัก แต่ก็น่ารักและดูดีในแบบของเธอเอง แต่ความที่เธอเป็นคนเชยๆ ไม่ชอบแต่งตัว ชอบแต่จะหมกตัวอยู่ในห้องสมุดทั้งวัน จึงไม่มีใครสนใจมาจีบเธอ

                 หากชีวิตเธอก็เปลี่ยนไป เมื่อรุ่นพี่คนนั้น ซึ่งเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี สูงใหญ่สไตล์นักกีฬา แถมพ่อรวยอีกต่างหาก มาตามเทียวไท้เลียวขื่อ มาเฝ้าเธอจนห้องสมุดปิดบ้าง พาเธอไปส่งที่หอ ซื้อโจ๊กสูตรสามย่านที่ขายอยู่ในซอยลาดพร้าว 71 (อร่อยจริงๆนา) มาแขวนไว้ให้หน้าประตูห้องเวลาดึกๆ

                 อ้ะ ชักจะเหมือนเรื่อง "บุปผาราตรี" ใช่ไหมครับ และผมก็จะบอกต่อไปว่า มันก็เหมือนจริงๆนั่นแหละ และมันก็เหมือนชีวิตของหญิงสาววัยรุ่นที่โหยหาความรักทั้งหลาย ที่เมื่อมีชายหนุ่มที่มีพร๊อบเพอร์ตี้ประมาณนี้มาทำงี้ๆๆๆ ให้ ความเคลิบเคลิ้มก็จะเกิดขึ้น ไอ้ความเคลิบเคลิ้มนี่มีอานุภาพประหลาด... ตรงที่มันสามารถทำให้กางเกงในหลุดไปได้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ... ใช่แล้ว หล่อนตกเป็นของเขา เพื่อจะมาทราบความจริงในไม่กี่วันให้หลัง ว่า คุณพี่คนนั้นแกพนันกับเพื่อนว่า เขาจะต้องจัดการกับสาวเชยๆอย่างเธอให้ได้ภายในหนึ่งเดือน และเขาก็ทำสำเร็จ... เหมือนกับหนังฝรั่งเรื่องหนึ่งและหนังไทยเรื่องที่กล่าวไปแล้วในตอนตน

                 ยัง เธอยังไม่ซวยเท่านางเอกหนังไทย คือเธอไม่ได้ท้อง แต่เธอก็รู้สึกว่าชีวิตเธอไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ความคับแค้นใจทำให้เธอเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าโรงรถของห้างสรรพสินค้าเกือบร้างแห่งหนึ่งในย่านชานเมือง

                 เธอคิดว่า ถ้าเธอตายเสีย เธอก็จะหนีจากความอับอายทั้งปวง และมันอาจจะทำให้พี่เขารู้สึกผิดขึ้นมาบ้างที่ทำลายชีวิตเธอ

                 ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เปิดประตูดาดฟ้าขึ้นมา และชวนเธอคุย เขาเหมือนจะรู้ว่าเธอจะคิดสั้น เธอตัดสินใจเล่าเรื่องชีวิตอันแสนอาภัพของเธอให้เขาฟัง

                 "ถ้าเธอตายไป เธอคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น" เขาถาม

                 "ฉันจะหนีพ้นจากความอับอาย ที่ถูกผู้ชายคนหนึ่งทำลายความบริสุทธิ์" เธอตอบ

                 "งั้นเหรอ เอ ไม่เห็นมีป้าย หรือมีอะไรบอกเลยนิว่าเธอไม่บริสุทธิ์ ไหนๆ ตรงไหนเหรอ" ชายคนนั้นเดินวนไปรอบๆตัวเธอ "ของแบบนี้ไม่บอกก็ไม่มีใครรู้หรอก ใครบอกว่ารู้ คือมันโกหก... ในเมื่อเรื่องแบบนี้มีแต่เธอที่รู้ แล้วเธอจะอายอะไรใคร"

                 "ฉันอยากทำให้มันรู้สึกผิด" เธอเถียง

                 "รู้สึกผิด ? เธอมองโลกในแง่ดีไปหน่อยแล้ว ถ้าคนอย่างนั้นจะรู้สึกผิดมันคงไม่ทำเรื่องพรรค์นี้หรอก เธอโดดตึกตาย อย่างดีมันก็แค่นอนไม่หลับกลัวผีเธอไปสามคืน แต่ขอบอกนะ เธอไปหลอกมันไม่ได้หรอก เพราะผีฆ่าตัวตายจะไปจากที่ๆตัวเองตายไม่ได้ จนกว่าจะมีคนมาตายซ้อน หรือจนกว่าจะทำบุญอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่อย่างหลังเนี่ยเป็นไปไม่ได้หรอก ผีไม่มีของไปใส่บาตรนี่นา"

                 "พูดยังกะรู้" เธอพึมพำ "ฉันจะลงโทษอะไรมันไม่ได้เลยเหรอ"

                 "ถ้าเธอคิดเรื่องลงโทษน่ะ เธอกำลังลงโทษผิดคนนะรู้ไหม เธอกำลังลงโทษคุณลุงคุณป้าแก่ๆ คู่หนึ่งที่จังหวัดศรีสระเกษ... ลุงป้าที่เป็นลูกจ้างหน่วยราชการ เงินเดือนถูกแสนถูก แต่ก็ลงทุนส่งลูกสาวคนเดียวมาเรียนต่อในกรุงเทพฯ หวังให้มีอนาคตที่ดี แต่แล้วการลงโทษของเธอจะทำให้ลุงป้าคู่นี้เป็นล้มล้มพับ ร้องไห้ราวกับหัวใจของตัวเองแตกสลาย คุณลุงคุณป้าที่ไม่มีอะไรเหลือแล้วในชีวิต แล้วเงินทองที่เก็บหอมรอมริบไว้จะมีค่าอะไร ? ในเมื่ออนาคตของเขาเหล่านั้นถูกเธอ "ลงโทษ" ไปเสียแล้ว"

                 "เธอรู้เรื่องพ่อเรื่องแม่ฉันได้ไง" เธอสงสัย

                 "ผมเห็นกระเป๋าคุณที่วางไว้ตรงโน้น" ชายหนุ่มตอบ "คิดให้ดีเถิด... ความตายจากการฆ่าตัวตายน่ะ มันคือโซ่ขนาดใหญ่ที่พันรัดเราไว้ไม่ให้ไปไหน ได้เห็น แต่คนอื่นไม่เห็น ได้ยิน แต่ไม่มีใครได้ยิน ไม่อิ่ม แต่ก็ไม่หิว ... อย่าเพิ่งตายเลยน่า..."

                 เธอเดินไปเพื่อจะหยิบกระเป๋าที่วางทิ้งไว้ แต่แล้วเธอก็เฉลียวใจขึ้นมาว่า ... เธอไม่ได้เอาทะเบียนบ้านใส่กระเป๋าไว้นี่หว่า... เจ้าหมอนั่นมันได้ข้อมูลพ่อแม่เธอมาจากไหน

                 เมื่อเธอหันกลับไปดู ชายคนนั้นก็หายไปเสียแล้ว

                 เธอนึกถึงพาดหัวข่าวเล็กที่เคยอ่านเจอได้ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีหนุ่มอกหักมากระโดดตึกตายที่ลานจอดรถของห้างนี้ แต่ความที่รอบข้างเป็นทุ่งหญ้า ศพของเขาหายไปอย่างน่าประหลาดใจ...

                 และวินาทีนั้นเอง เธอจึงได้รู้ว่า เธอเจอกับ....

                 ....

                 "ผี ... ป(ล)อบ"

    บุญชิต ฟักมี
    ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ส่วน ผู้จัดกวน : 10 กันยายน 2547
    แก้ไขเพิ่มเติม : 6 กันยายน 2550

    >>>

    เปนครั้งแรกๆ นะนี่ ที่ตั้งใจหางาน แล้วไปเจอบทความโดนๆ

    มีอีกนะ เดวจาเอามาให้อ่านกานอีก *o* จ๊วฟๆ

     

    September 14

    ^ กิ กิ ^

    หลังจากที่มะได้อัพหลายวัน แหะๆ
    เมื่อคืน ไปงาน Bye Nior สนุกมั่กๆ อ่ะ
     
    น้องปี 1 สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน
    แสดงได้เลิศสุดๆ ฮา มากๆ
    (ก้อน้องอ่ะ เก่งเหมือนพี่มานแหละ 555+)
    โดยเฉพาะ น้องทราย สวยมากๆ (น้องดิฉันเอง กิ กิ)
     
    ส่วนพวกบาร์เกย์ เอ้ย!! พวกน้องผุ้ชาย
    น้องกบ กอล์ฟ บิน มัด พาย เต้นได้ใจมั่กๆ
    น้องโอ เปนทนายความ พินัยกรรม ยาวได้อีก นะ ^^
     
    อ่อ เกือบลืม สุดที่รักของ นังเป้ 555+
    น้องโหน่ง >> บิยองเซ่ เมืองไทย <<
    น้องเค้าบอกว่า แต่งมาเพื่อคู่กะ พี่เป้ อ่ะค่ะ (ดูผิว เพื่อนๆ คงรุ้ กันนะ)
     
    สุดท้าย งานเลี้ยงก้อต้องมีวันเลิกลา
    ก่อนกลับได้ แด๊นซ์กัน หนุ่มๆ สาวๆ ที่เหนสวยๆ ตอนแรก เหงื่อไหล ตามๆ กัน
     
    เอาเปนว่า งาน Bye Nior ของภาควิชานิเทศศาสตร์ ครั้งนี้ สนุกมั่กๆ
    เดวปีหน้าเจอกานใหม่ *o*
     
    September 09

    ชอบ อ่ะ (หลายคนก้อคงชอบ)

    ^ ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเทอ ^
     
    นั่งคนเดียวแล้วมองกระจก ที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ
    โดดเดี่ยวกับความเหงา อยุ่กับเงาที่พูดไม่เป็น
    ฟังเพลงเดิมๆ ที่เรารู้จัก แต่ไม่รู้ความหมายของมัน
    หากฉันจะหลับตาลงสักครั้ง เพื่อพบกับเทอผู้เป็นนิรันดร์
     
    หากความรักเกิดขึ้นในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน
    ปฏิทินไม่บอกคืนและวัน ดั่งที่ฉันไม่เคยต้องการ
    แต่อยากให้เทอได้รู้จักฉัน เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน
     
    จูบเพื่อร่ำลาในความสัมพันธ์ ก่อนที่ฉันจะปล่อยให้เทอหายไปโดยไม่รู้จักเทอ
     
    ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทุกๆครั้งที่ฉันตื่นนอน
    บทกวีไม่มีความหมาย ฉันงมงายสวดมนต์ขอพร
    หากจะมีโอกาสอีกหน ที่ร่ายมนต์กับสายน้ำจันทร์
    เพื่อจะได้หลับตาลงสักครั้ง แล้วพบกับเทอผู้เป็นนิรันดร์
     
    - - ความรักในความฝันอย่างนี้จามีมั้ยหนอ เดวนี้เปนอาไรมะรุ้ เศร้าๆ เหงาๆ แปลกๆ
     
    - - ทำไมถึงไม่รักคนที่เค้ารักเรา ล่ะ ?
     
    September 07

    ^ กลับบ้านเรา ร๊ากรออยุ่ ^

     
    วันนี้ได้กลับมาบ้านแระ ออนเอมอย่างเดียวเอง
     
    เนตที่บ้านมาช้า อ่ะ (แอบเซง) มะได้เล่นเกมเยย ง่ะ
     
    แต่ได้กลับบ้านก้อเจอพ่อ แม่ พี่ คิดถึงจาแย่ *-*
     
    เออ เดวไปหาซื้อชุดไปงาน bye nior ด้วย
     
    พอก่อง ไปนอนดีก่า ^o^
     
    >> ไม่ มี ที่ ใด สุข เท่า ที่ บ้าน เรา กลับ บ้าน เรา รัก อยุ่ <<
     
    อย่าลืมคิดถึงคนที่บ้านบ้างน๊าจ๊า!!
     

    ^ (ให้ข้อคิด) เรื่องแฟน.. ^

     
    ตอนนี้มักได้ยินสาว ๆ วัยรุ่นบ่นกันหนาหูเชียวว่า

    ทำไมหนูไม่มีแฟนไม่มีใครมาจีบหนูเลย เพื่อนๆ เขามีกันหมดแล้ว
    เพราะหนูไม่สวยใช่มั๊ยเลยไม่มีใครมาจีบ เพราะเพื่อนสวย หนุ่ม ๆ
    ทั้งห้องเดียวกัน ทั้งห้องอื่นพากันมาจีบเพียบ ทำให้เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น


    “แฟน” ความรักหรือแฟชั่น


    การมีแฟนของคนสมัยนี้ กลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว เนี่ยแหละทำให้บางคนอายเพื่อน
    เพราะเราไม่มีใครมาจีบเลย อันนี้เธอต้องเข้าใจว่าผู้ชายวัยรุ่น เขาก็คือเด็ก
    เขาไม่มีวิจารณญาณมานั่งดูความดีงามในใจใคร
    เขาไม่ได้มานั่งคิดถึงอนาคตว่าจะต้องอยู่กับคนนี้หรือจะต้องหาแม่ให้ลูกเห็นหน้าสวยเขาก็จีบ
    เป็นเหตุให้สาวน้อยหน้าตาธรรมดา ต้องทุ่มตัว ทุ่มใจ ทุ่มเงิน มากกว่าคนสวย
    แต่กลับยิ่งทำให้เธอนับถือตัวเองน้อยลง
    บางคนเห็นเพื่อนมีแฟนก็อยากมีบ้าง
    อย่างน้อยใครจะได้ไม่มาดูถูกว่าหาแฟนไม่ได้ต้องดิ้นรนทุกอย่างถ้าไม่มีใครมาจีบ
    ก็เป็นฝ่ายไปจีบเขาเองซะเลย อย่างน้อยจะได้ไม่ตกเทรนด์ ถ้าใครคิดจะมีแฟน
    เพราะเพื่อนมีหรือเพราะเพื่อนล้อล่ะก็ หยุดคิดสักนิด ใครจะพูดอย่างไรก็ช่าง
    แต่ขอให้เธอรู้ไว้ว่า ความรักไม่ใช่แฟชั่น มันมีค่ามากกว่านั้น
    แล้ววันหนึ่งเธอจะได้รับความรักที่มีค่าจากใครบางคน ไม่ใช่ความรักที่เป็นแฟชั่น


    เราอยู่ได้อย่างมั่นใจ...แม้ไม่มีใครมาเป็นแฟน


    สำหรับวัยรุ่นโลกของสาวน้อยหน้าตาธรรมดานี่จะเศร้าหมองมาก
    แต่โลกของสาวน้อยหน้าตาสวยนี่จะมหัศจรรย์มาก
    แต่เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไปอิจฉาเพื่อนเลย เพราะนั่นหมายถึง
    เขาก็เสี่ยงกับการเสียอนาคตมากเหมือนกัน การที่มีคนมารักมาก
    ไม่ได้หมายความว่าคนที่มารักเรา เขาจะเป็นคนดีกับทุกคนสักหน่อย
    ดังนั้นคนสวยเขาน่าสงสารนะ มีคนสวยมากมายที่เรียนไม่จบ เพราะต้องแต่งงานมีลูก
    แต่สาวไม่สวย หรือหน้าตาธรรมดากลับมีอนาคตสดใส
    นี่แหละหนาเพราะเราได้หน้าตาเป็นอาวุธ
    มีน้องคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เพื่อนมีแฟน แต่แฟนเจ้าชู้มาก ชอบทำร้ายจิตใจ
    ชอบใช้ให้เพื่อนเธอทำการบ้านให้ ขอเงินใช้อีกต่างหาก
    แล้วเพื่อนเธอก็ถามน้องคนนี้ว่า ทำไมไม่มีแฟนสักที หาไม่ได้หรือไง
    น้องคนนั้นเลยย้อนเพื่อนฉันไปว่า

    “ถ้าฉันมีแฟนแล้วเป็นแบบเธอ ฉันขอตกเทรนด์อยู่คนเดียวดีกว่า” เนี่ยแหละ
    เราต้องชัดเจนพอ ให้สังคมรอบ ๆ ตัวรู้ว่า คนอย่างเรา ถ้าจะมีแฟน ขอแฟนดีจ๊ะ
    ไม่ใช่ใครก็ได้ขอให้มีก็พอ

    ตลาดบน ตลาดล่าง หรือของแจกฟรี เธออยากเป็นแบบไหน

    ความรักวัยรุ่นก็เหมือนการซื้อของในตลาด เธออยากเป็นสินค้าตลาดไหนล่ะจ๊ะ
    เธออาจจะเห็นบางคนมีคนจีบมากมาย เดี๋ยวคนนั้นเดี๋ยวคนนี้ เพราะอะไร
    เพราะเขาง่ายหรือเปล่า เขาเสนอ ผู้ชายเลยสนอง มีน้องบางคนมาบอกว่า
    เพื่อนล้อว่าหนูหาแฟนไม่ได้ ไม่มีใครเอา สู้เขาไม่ได้มีแฟนเยอะแยะ หนูอายทำไงดี
    แต่ก็ไม่มีคนมาจีบเลย ถึงมีก็ไม่อยากคบ เพราะบางคนเขาไม่ดี คือเกเร
    ไม่เรียนหนังสือ
    เอาเป็นว่าเธออยากเป็นตลาดไหนล่ะถ้าตลาดล่าง ก็เหมือนของถูก
    ที่ใครนึกจะซื้อก็ได้ หรือจะเป็นของฟรี ที่ได้ฟรี
    ไม่มีค่าอะไรเลยแต่ถ้าอยากเป็นตลาดบนต้องอดทน เพราะตลาดบนเป็นสินค้าราคาแพง
    ไม่ใช่ว่าใครก็ซื้อได้ คนที่จะซื้อสินค้าตลาดบนได้ต้องพิเศษพอ ถ้าเธอเป็นตลาดบน
    เธออาจใช้เวลามากสักนิด

    ความรักจะมา เมื่อเวลาลงตัว

    เมื่อถึงเวลาที่ลงตัว ความรักจะมาหาเราเอง เป็นความรักที่คือรักไม่ใช่แบบแฟชั่น
    ในวันที่เธอเติบโตขึ้น คนที่เขารักเธอเขาจะไม่คิดว่าเพราะเธอไม่มีใคร
    เพราะเธอจีบง่าย แต่เขาจะรักเธอเพราะเธอคือความรักที่ไม่ใช่แฟชั่น
    แต่เป็นรักแท้ที่อยู่เหนือรูปร่างหน้าตา อยู่เหนือเหตุผลทั้งปวง
    สมัยนี้ความรักถูกลดค่าลงมากลายเป็นแฟชั่น ทำให้พื้นที่ของรักแท้ลดน้อยหายไป
    ในขณะที่คนส่วนใหญ่กลับโหยหาแต่รักแท้ ถ้าเธอไม่อยากเป็นเพียงแฟชั่นของใคร
    มีค่าเป็นเหมือนเครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า แล้วล่ะก็ จงรู้จักเลือกรอ
    เลือกรับ และเลือกความรักที่เหมาะสม ไม่ใช่คบใครเพราะใจกลัวตกเทรนด์เอาล่ะ
    พร้อมที่จะอนุรักษ์ความรักที่สวยงามและมีเอาไว้ให้คนรุ่นหลังหรือยังจ๊ะ

    ขอขอบคุณเนื้อหาดีดี โดย: fwmail
    http://www.teenee.com 
     
    ^ ^ เริ่มปลงกะความรักยังไง มะรุ้ เปนอารายปายเนี่ย ?? ^ ^
     
    September 03

    ^ ควันหลงวันเกิด ^

    วันนี้ได้ของขวัญด้วย *-* ขอบใจทุกๆคน นะจ๊ะ
     
    กล่องใหญ่ด้วยอ่ะ ตอนแรกก้อสงสัยว่าเปนอาใย
     
    ออนเอมเจอพี่เอคนแรกบอกให้แกะ เจ๊แกอยากรู้
     
    แกะออกมาเปน...
     
    V
     
    V
     
    V
     
    V
     
    V
     
    V
     
    V
     
    V
     
    V
     
    ตุ๊กตาคิดตี้ น่ารักมากๆ (เหมือนคนรับ 555+)
     
    ไม่อยากแกะจากถุงเยยอ่ะ กัวเปื้อน!!
     
    September 01

    ^ !!ฮปปี้ lบิsดlดย์ 2 me ^

    วันนี้วันเกิด แก่ขึ้นอีกปีแว้ว งิ
    วันเกิดปีนี้ไม่ได้กลับบ้านอีกแว้ว
    ตอนแรกมานก้อเหงาๆ เลยมานั่งเล่นเอม
    ก้อโชคดีมีเพื่อนคุย *-*
     
    คิดถึง club_k จัง
    เมื่อปีที่แร้ว พวกเมิงมาหาที่ ม.น. อ่า คืนนี้มานเรยเหงาๆ
    แต่ยังมีเพื่อนๆ MC เหมือนเกิดมาเพื่อนกันและกัน (บ้ากานสุดๆ)
    ที่สำคัญแกล้งแจนอีกนะ ฉลองวันเกิดซะงั้น
    (แต่น้องเค้าน่ารักว่ะ 555+)
     
    ^ ที่ขาดไม่ได้ ขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ พี่ชายที่เลิฟ ^
    ถ้าไม่มีพวกเค้า ก้อคงไม่มีแจน
    คิดถึงพ่อ แม่ พี่ชาย อยากกลับบ้านอ่า - -"
     
    ปายนอนดีก่า ตอนเช้า พรีเซนต์งานโฆษณาอีก
    ละก้อต้องไปขุดตังมาเลี้ยงเพื่อนๆ *-*
     
    ปล. ปายเมากัน ^ ^
    August 30

    นอนม่าหลับ -..-

     
    ผ่านไปเจอบทความนี้ ก้อน่าคิดนะ ลองอ่านกานดูก้อแว้วกัน
     
    - วันเวลาไม่เคยคอยใคร -
    บางที่สิ่งต่างๆรอบตัวก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน
    จนเราเองคิดไม่ถึง "....การกระทำบางอย่าง คำพูดบางคำ
    ....แค่รอให้ถึงพรุ่งนี้บางทีก็สายเกินไป...."

    ......................................

    เมื่อพ้นผ่านค่ำคืนหนึ่ง เราอาจได้ตื่นมาเพื่อพบว่า
    คนบางคนที่เรารู้จัก ใครคนหนึ่งที่เรารัก
    ได้จากหายไปจากชีวิตของเราเสียแล้ว

    การกระทำบางอย่าง คำพูดบางคำ ที่เราเก็บไว้เพื่อที่จะรอการบอกกล่าว
    หรือคิดจะทำให้ จึงเป็นเพียงสิ่งที่ไร้ความหมายไปโดยปริยาย

    วันเวลาไม่เคยรอคอยใคร ก่อนที่บางสิ่งบางอย่างผ่านเลย
    หากใจของเรามีสิ่งดีดีจะมอบให้
    จะมามัวรีรอไปใย

    ....รีบบอบรีบทำดีต่อกันให้ชื่นใจเสียตั้งแต่วันนี้
    จะไม่เป็นการดีกว่าหรือ.....
    ...................................................

    มนสุนนทร สุราช. "มุมหนึ่งของความรู้สึกดีดี". กรุงเทพฯ : พลอยจันทร์,2546
     
     
     

    ชิ ม s ๅ ง (a ๅ ง)

     
    กิ กิ มีสเปซ เปนของตัวเองแว้วน๊า ขอบจายเพื่อนๆ ที่ช่วยบอกด้วยน๊าจ๊า
     
    ละก้อ ฝากบอกเพื่อนเก่า (6/7 ส.น.) ด้วยน๊า ว่า เปลี่ยนเมลแว้ว
     
    อันเก่า มานเปิดมะได้ มะรุ้เปนอาใย ยังไง ก้อฝากด้วยเน้อ *o*
     
    แว้ว ที่ขาดมะได้ คิดถึงเพื่อนๆ ทุ๊กคน น๊า
     
    ปิดเทอมหวังว่าคงได้เจอ กาน (คิดเถิงหมูกาทะ คอนหวัน มั่กๆ)
     
    เขียนแค่นี้ ก่อง นึกมะออก *-*